เชิญชมตัวอย่างการถ่ายทอดเสียงด้วยสัทสัญลักษณ์สากล (IPA) ได้เลยนะคะ
วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ตัวอย่างการถ่ายทอดเสียงด้วยสัทสัญลักษณ์สากล (IPA)
การศึกษาทางด้าน Phonetics ให้สมบูรณ์นั้น ในการเรียนรู้ต้องประกอบไปด้วยความรู้ทั้งทางทฤษฎี ที่เราได้เรียนรู้ไปบ้างแล้ว ในเรื่องของระบบสัญลักษณ์ และสัทสัญลักษณ์สากล (IPA) ทั้งสระและพยัญชนะ และยังรวมถึงลักษณะการออกเสียงตามฐานกรณ์ต่างดังตัวอย่างในวิดีโอต่างๆ ซึ่งการเรียนรู้ทางด้าน phonetic นั้น อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ การฝึกการถ่ายอทอดเสียงโดยใช้สัทสัญลักษณ์สากล (IPA)
เชิญชมตัวอย่างการถ่ายทอดเสียงด้วยสัทสัญลักษณ์สากล (IPA) ได้เลยนะคะ
เชิญชมตัวอย่างการถ่ายทอดเสียงด้วยสัทสัญลักษณ์สากล (IPA) ได้เลยนะคะ
สระมาตรฐาน (Cardinal vowel)
โดยทั่วไปธรรมชาติของการออกเสียงสระนั้น ฐานกรณ์จะไม่ใกล้ชิดติดกันจนรู้สึกได้ถึงความใกล้กันของฐานกรณ์ ฉะนั้นการจะอธิบายว่าใช้อวัยวะส่วนใดหรือยกลิ้นขึ้นไปถึงระดับไหนจึงเป็นการยากพอสมควร ดังนั้น A.J. Ellis จึงได้คิดระบบสัญลักษณ์นี้ขึ้นมาในปี 1867 แต่ในระยะนั้นระบบนี้ได้มีรูปแบบการใช้งานที่เก่าและการใช้งานค่อนข้างจำกัด
จนกระทั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 Daniel Jones ได้นำระบบดังกล่าวมาพัฒนาจนเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น
ลักษณะสำคัญของ ระบบสระมาตรฐาน (Cardinal vowel)
จนกระทั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 Daniel Jones ได้นำระบบดังกล่าวมาพัฒนาจนเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น
ลักษณะสำคัญของ ระบบสระมาตรฐาน (Cardinal vowel)
- cardinal vowel ถูกเลือกขึ้นมาอย่างไม่มีกฏเกณฑ์ ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการอธิบายเสียงสระ แต่ไม่ใช่สระที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในภาษาใดๆก็ตาม ซึ่งเกิดจากการกำหนดขึ้นเอง แม้ว่าจะมีบางภาษาบังเอิญตรงกับ cardinal vowel ก็ตาม
- cardinal vowel มีค่าคงตัวและไม่เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ
- cardinal vowel ทุกตัวเป็นสระที่อยู่ริมนอกสุดของ vowel area คือจุดสูงสุดของลิ้นจะตกลงบน periphery ของ vowel area
- cardinal vowel ทุกตัวอยู่ห่างจากกันเท่าๆกันโดยการฟัง
- cardinal vowel มีทั้งหมด 8 ตัว
ซึ่งการอธิบาย ลักษณะการออกเสียงนั้น บรรยายด้วย Three-Term Label คือ...
cardinal vowel 1 [i] close front unrounded vowel
cardinal vowel 2 [e] half close front unrounded vowel
cardinal vowel 3 [ɛ] half open front unrounded vowel
cardinal vowel 4 [а] open front unrounded vowel
cardinal vowel 5 [ɒ] open back unrounded vowel
cardinal vowel 6 [ɔ] half open back rounded vowel
cardinal vowel 7 [o] half close back rounded vowel
cardinal vowel 8 [u] close back rounded vowel
นอกจากนี้แล้วเมื่อพูดถึง cardinal vowel คนส่วนมากจะนึกถึง primary system เสียมากกว่าจะรู้จัก secondary system แต่ secondary vowel นั้นมีประโยชน์ต่อการศึกษาเสียงสระเช่นเดียวกัน และยังมีคุณสมบัติในการเป็น cardinal vowel คล้ายกันกับ primary vowel แต่มีเพียงสองลักษณะที่เพิ่มเติม คือ จำนวนไม่เท่ากัน และไม่เป็น peripheral vowel ทั้งหมด
Secondary Cardinal Vowel มีทั้งหมด 14 ตัว ซึ่งเมื่อรวมกับ primary vowel แล้ว รวมเป็น 22 ตัว ดังในภาพเลยค่ะ
เมื่อรู้จักหน้าตาของ CV ทั้งหมดแล้ว มาดูกันว่าแต่ละตัวนั้นออกเสียงอย่างไร
Non-pulmonic consonants
Non-pulmonic consonants คือ พยัญชนะที่ไม่ได้ใช้ลมจากปอดเป็นแหล่งพลังงานสำหรับการออกเสียง แต่จะใช้อากาศบริเวณกล่องเสียงหรือช่องคอแทน เสียงพยัญชนะเหล่านี้ได้แก่
- เสียง Clicks เกิดจากกระบวนการ Velaric ingressive airstream mechanism โดยการยกลิ้นส่วนหลังไปชิดเพดานอ่อน แล้วดูดกระแสลมเข้ามาในช่องคอ ลักษณะเดียวกับการดูดน้ำ จะได้เสียงคล้ายเสียงจุ๊ปากที่เราคุ้นเคยกัน เสียงประเภทนี้พบได้ในภาษาแถบแอฟริกาใต้และแอฟริกาตะวันออก ได้แก่เสียง [ʘ],[ǀ],[ǃ],[ǂ],[ǁ]
- เสียง Implosives โดยทั่วไปคือเสียงหยุดที่เกิดจากกลไกผสมผสานระหว่าง Glottalic ingressive กับ Pulmonic egressive airstream mechanism ทำงานโดยใช้ลมที่ไหลเข้าสู่กล่องเสียงขณะเส้นเสียงปิดสนิทและเคลื่อนตัวลงอย่างรวดเร็วในการออกเสียง ได้แก่เสียง [ɓ],[ɗ],[ʄ],[ɠ],[ʛ]
- เสียง Ejectives เกิดจากกระบวนการ Glottalic egressive airstream mechanism โดยใช้ลมที่อยู่บริเวณกล่องเสียง ดันให้กล่องเสียงเคลื่อนตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ปล่อยกระแสลมออกมาในขณะเส้นเสียงปิดสนิท ได้แก่เสียง [pʼ],[tʼ],[kʼ],[sʼ]
เสียงข้างลิ้น (Lateral approximant)
LATERAL APPROXIMANTS
[l] [ɭ] [ʎ] [ʟ]
[l] [ɭ] [ʎ] [ʟ]
เสียงข้างลิ้น คือเสียงเปิดประเภทหนึ่ง เสียงพยัญชนะในชุดนี้มีวิธีการออกเสียงในลักษณะเสียงเปิด (Approximant) เพียงแต่ต้องระบายลมออกทางลิ้น หรือข้างกระพุ้งแก้ม
โดยลักษณะทั่วๆไปของเสียงเปิด คือ
- ฐานกรณ์ทั้งคู่อยู่ห่างกัน ทำให้กระแสลมผ่านได้สะดวก
- เพดานอ่อนจะเปิดหรือปิดสนิทกับผนังคือก็ได้
- กระแสลมไม่ผันผวน และไม่มีการเสียดแทรก
ฝึกการออกเสียงได้ตามตัวอย่างเลยนะคะ
เสียงเปิด (Approximant)
APPROXIMANTS
[ʋ] [ɹ] [ɻ] [j] [ɰ]
[ʋ] [ɹ] [ɻ] [j] [ɰ]
เสียงเปิดคือ...
เสียงพยัญชนะในชุดนี้สามารถเรียกว่า เสียงกึ่งสระ, เสียงเลื่อน, เสียง Glides Approximant หรือ semi vowels
โดยลักษณะทั่วๆไปของเสียงเปิด คือ...
- ฐานกรณ์ทั้งคู่อยู่ห่างกัน ทำให้กระแสลมผ่านได้สะดวก
- เพดานอ่อนจะเปิดหรือปิดสนิทกับผนังคือก็ได้
- กระแสลมไม่ผันผวน และไม่มีการเสียดแทรก
- ในการเปล่งเสียง กระแสลมจะพุ่งออกมาทางช่องปากตรงกลางๆ เหนือลิ้น
ซึ่งลักษณะสำคัญของเสียงนี้คือ ช่องระหว่างฐานกรณ์ที่ใช้ในการแปรเสียงนั้นมีขนาดใหญ่กว่าช่องทางเดินอากาศของเสียงเสียดแทรก ทำให้กระแสลมไม่ถูกกักกั้นลมจึงผ่านออกมาได้สะดวกและไม่เสียดสีกับอวัยวะคู่ใดเลย แต่ความใกล้ชิดของฐานกรณ์จะมีมากกว่าเมื่อออกเสียงสระ แต่ก็ไม่ใกล้มากที่จะพอทำให้เกิดการเสียดสีของอากาศได้ ดังนั้นเสียงพยุญชนะเหล่านี้จึงคล้ายเสียงสระและพยุญชนะในเวลาเดียวกัน
เสียงเสียดแทรกข้างลิ้น (Lateral fricatives)
LATERAL FRICATIVES
[ ɬ ] [ ɮ]
[ ɬ ] [ ɮ]
เสียงเสียดแทรกข้างลิ้น คือ...
เสียงเสียดแทรกข้างลิ้น เป็นเสียงที่มีลักษณะการออกเสียงของเสียงเสียดแทรกบวกกับการออกเสียงข้างลิ้น คือ
- ฐานกรณ์ทั้งคู่เข้ามาใกล้ชิดกันมา
- กระแสลมพุ่งผ่านไปเรื่อยๆ
- จากนั้นเพดานอ่อนจะทิ้งตัวลงมา หรือยกขึ้นปิดสนิทกับผนังช่องคอก็ได้
ต่อไปชิญชมตัวอย่างการออกเสียงได้ในวิดีโอเลยค่ะ
เสียงเสียดแทรก (Fricatives)
"SSS..." FRICATIVES
[ɸ] [β] [f] [v] [θ] [ð] [s] [z] [ʃ] [ʒ] [ʂ]
[ʐ] [ç] [ʝ] [x] [ɣ] [χ] [ʁ] [ħ] [ʕ] [h] [ɦ]
พยัญชนะเสียงเสียดแทรก คือ...
พยัญชนะเสียงเสียดแทรกเกิดจากการที่อวัยวะที่ใช้ในการออกเสียงเคลื่อนเข้ามาใกล้ชิดกัน และทำให้อากาศที่ไหลผ่านบริเวณช่องแคบระหว่างอวัยวะออกเสียงทั้งคู่ เกิดการเสียดสี เสียงพยัญชนะแบบนี้มีทั้งที่เป็นเสียงแบบโฆษะ (voiced) และอโฆษะ (voiceles) เป็นเสียงที่สามารถแปรเสียงได้ครบทุกฐานในช่องออกเสียง
ฝึกออกเสียง
อยากจะมีสำเนียงเหมือนเจ้าของภาษา ก็ต้องฝึกออกเสียงเยอะๆนะคะ จะรอช้าอยู่ใย มาฝึกออกเสียงกันค่ะ
ตัวอย่างคำ วลี และประโยคสำหรับการฝึก
[v] valve ออกเสียงว่า [væɬv]
[θ] thin ออกเสียงว่า [θɪn]
[ð] this ออกเสียงว่า [ðɪs]
[s] sand ออกเสียงว่า [sænd]
[ʃ] sheep ออกเสียงว่า [ʃiːp]
มาลองพูดประโยคนี้กันต่อดีกว่าค่ะขอช้าๆชัดๆ ให้เหมือนเจ้าของภาษาเลยนะคะ แล้วค่อยๆพูดเร็วขึ้นๆ[ð] this ออกเสียงว่า [ðɪs]
[s] sand ออกเสียงว่า [sænd]
[ʃ] sheep ออกเสียงว่า [ʃiːp]
"The Smiths wear thin clothes throughout the winter months"
เป็นยังไงกันบ้างค่ะ หวังว่าฟันยังอยู่ครบกันทุกซี่นะคะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

.gif)


